fbpx
6 สมุนไพรไทยแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ภูมิปัญญาไทย ใช้ได้ผลจริงแบบปลอดภัย

6 สมุนไพรไทยแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ภูมิปัญญาไทย ใช้ได้ผลจริงแบบปลอดภัย

6 สมุนไพรไทยแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ภูมิปัญญาไทย ใช้ได้ผลจริงแบบปลอดภัย

สมุนไพรไทยมีประโยชน์ทั้งในด้านการแต่งกลิ่นรสของอาหาร ไปจนถึงสรรพคุณด้านยารักษาโรค ถือเป็นวิถีภูมิปัญญาไทยนับแต่โบราณที่เรารับสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้สมุนไพรไทยหลายชนิดยังมีสรรพคุณในการแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ช่วยรักษาอาการปวด เคล็ดขัดยอก ไปจนถึงการใช้เพื่อนวด ทา ถู ในบริเวณที่เราเกิดอาการปวดหรือคันจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้อีกด้วย

วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับ 6 สมุนไพรแก้ปวดเมื่อยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดกันค่ะ

1. พิมเสน

พิมเสนมีลักษณะเป็นเกล็ดสีขาวขนาดเล็ก มีกลิ่นหอมเย็น และละลายในน้ำได้ยาก พิมเสนบริสุทธิ์ที่ได้จากการระเหยของยางไม้จะมีรูปร่างหกเหลี่ยม เปราะแตกง่าย สมัยก่อนนิยมนำไปใส่ในหมากพลูสำหรับเคี้ยวเพื่อเพิ่มรสชาติหอมเย็น ส่วนในปัจจุบันนิยมนำพิมเสนมาใช้เป็นยาดม ผสมกับบาล์มหรือสเปรย์น้ำสมุนไพรเพื่อใช้งาน

พิมเสนมีสรรพคุณแก้ลมวิงเวียน เมารถ เมาเรือ ปวดศีรษะ หน้ามืด ทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยกระตุ้นสมอง กระตุ้นหัวใจ กระตุ้นการตื่นตัวของร่างกาย ช่วยรักษาแผลสดแผลเปื่อยต่างๆ นอกจากนี้ยังลดอาการผิวหนังอักเสบ เคล็ดขัดยอก ฟกช้ำ ลดอาการปวดบวมตามผิวหนัง รักษาโรคผิวหนัง ผดผื่นคัน โรคกลากเกลื้อน ช่วยแก้ปวดเมื่อยและคลายเส้นได้เป็นอย่างดี

2. การบูร

การบูรมีลักษณะเป็นเกล็ดผลึกสีขวาแทรกอยู่ในเนื้อไม้ของต้นการบูรทั่วทั้งต้น โดยเฉพาะในส่วนของรากและแก่น ผงการบูรเป็นเกล็ดกลมขนาดเล็ก สีขาว แตกง่าย และหากทิ้งโดยไม่เก็บรักษาให้มิดชิดก็สามารถระเหิดได้

การบูรเมื่อนำมาผสมเป็นขี้ผึ้งจะเป็นยาร้อน ใช้เป็นยาทาแก้เพื่อถอนพิษอักเสบเรื้อรัง ปวด ขัด ยอกตามกล้ามเนื้อ และอาการปวดร้าวตามเส้นเอ็น ไปจนถึงโรคปวดกล้ามเนื้อต่างๆ สามารถนำมาทาถูนวดแก้อาการปวด แก้เคล็ดขัดยอก เคล็ดบวม ข้อเท้าแพลง ข้อบวม ช่วยแก้อาการปวดตามข้อ แก้ปวดเส้นประสาทและปวดขัดตามเส้นประสาทได้ดี

3. เถาวัลย์เปรียง

เถาวัลย์เปรียงสมุนไพรไทยชิ้อไพเราะ ส่วนสรรพคุณก็ไม่น้อยหน้าสมุนไพรชนิดอื่น ลักษณะเป็นพรรณไม้เถา ชอบเลื้อยพาดพันตามต้นไม้ใหญ่ มีใบย่อยรูปไข่ เป็นมันสีเขียวเข้ม ดอกเป็นช่อสีขาว ผลเป็นฝักแบนเล็กๆ ภายในจะมีเมล็ดอยู่ประมาณ 2-4 เมล็ด สรรพคุณของเถาวัลย์เปรียงช่วยแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อรักษาอาการปวดหลังและปวดข้อต่างๆ ได้อีกด้วย

4. เพชรสังฆาต

เพชรสังฆาตเป็นสมุนไพรแก้ปวดเมื่อยที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคยเท่าไรนัก แต่คนไทยโบราณนิยมนำมาใช้เพื่อรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ เคล็ดขัดยอกต่างๆ เพชรสังฆาตมีลักษณะเป็นไม้เถาเลื้อย เปลือกเถาเรียบเป็นข้อต่อกัน เถาของเพชรสังฆาตมีลักษณะเหมือนกระดูก มีสรรพคุณในการบำรุงกระดูก แก้ปวด แก้อักเสบ อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ที่มีส่วนช่วยบำรุงให้เส้นเลือดแข็งแรง

5. ยอ

สมุนไพรใกล้ตัวที่หลายคนนิยมนำมาประกอบอาหารเพราะสามารถรับประทานได้ทั้งใบและผล ผลยอมีสีเขียวอ่อน ผิวขรุขระส่วนใบมีสีเขียวเข้ม รสชาติขม หากนำมาทำยาแก้ปวดจะมีสรรพคุณเป็นยาพอกแก้ปวด แก้เคล็ดขัดยอก ทาผิวหนังฆ่าเชื้อโรค อีกทั้งยังใช้รักษาอาการปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อและโรคปวดในข้อได้ดี

6. งา

งาเม็ดเล็กที่เรานำมาทำอาหารนั้นมีสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง นอกจากนี้น้ำมันที่ได้จากการสกัดเมล็ดงายังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นใช้ประกอบอาหาร บำรุงผิว บำรุงผม หรือแม้แต่การนำมาใช้เป็นน้ำมันนวดเพื่อแก้ปวดเมื่อยร่างกายและข้อต่อ นอกจากนี้น้ำมันงายังมีคุณสมบัติช่วยบำรุงกระดูกได้เป็นอย่างดี

การรักษาและบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อไม่ใช่เรื่องยาก เพราะรอบตัวเรามีสมุนไพรแก้ปวดกล้ามเนื้อซึ่งเป็นภูมิปัญญาของคนไทยโบราณและสามารถนำมาใช้ได้จริงในปัจจุบัน รวมถึงสเปรย์น้ำสมุนไพรตราดอกคูณด้วยเช่นกัน เพราะสเปรย์แก้ปวดเมื่อยของเรา มีส่วนผสมจากสมุนไพรแก้ปวด พร้อมทั้งยังมีให้เลือกทั้งสูตรร้อน สูตรเย็น พกพาง่าย ใช้สะดวก เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่นำภูมิปัญญาไทยมาประยุกต์เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

Share Button

ใส่ความเห็น

Close Menu
×

Cart