fbpx
“นิ้วล็อค” ภัยเงียบของยุคสังคมออนไลน์
โรคนิ้วล็อค

“นิ้วล็อค” ภัยเงียบของยุคสังคมออนไลน์

การใช้งานนิ้วมือหนักเกินไป ใช้งานนิ้วมือด้วยท่วงท่าเดิมซ้ำ ๆ หรือใช้นิ้วเกี่ยวของหนัก ๆ มักเป็นสาเหตุของการเกิดโรคนิ้วล็อค และด้วยยุคสังคมออนไลน์ ทำให้คนทั่วไปติดการเล่นสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตเป็นเวลานาน ๆ ซึ่งถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้พบคนเป็นโรคนิ้วล็อคเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันนี้
โรคนิ้วล็อค” เกิดจากปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณฐานของนิ้วมืออักเสบและหนาตัวขึ้น ซึ่งเมื่ออักเสบ จะทำให้เส้นเอ็นเคลื่อนผ่านปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่หนาขึ้นด้วยความยากลำบาก จึงมีอาการปวด และขยับนิ้วมือได้ยากขึ้น

อาการแบบนี้ บ่งชี้โรคนิ้วล็อค
ผู้ป่วยโรคนิ้วล็อค มักมีอาการเจ็บที่ฝ่ามือ บริเวณใต้ข้อต่อโคนนิ้วมือ หากเป็นมากขึ้นอาจมีอาการสะดุดเวลากำหรือเหยียดนิ้วมือได้ โดยอาการของโรคมักพบมากหลังจากตื่นนอนตอนเช้า หรือตอนที่ใช้งานมือหนัก ๆ ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ความรุนแรงของโรคนิ้วล็อคแบ่งเป็น 4 ระดับ ดังนี้
1. มีอาการเจ็บบริเวณโคนนิ้วมือ
2. มีอาการสะดุดเวลากำหรือเหยียดนิ้วมือ แต่ยังสามารถเหยียดนิ้วได้เอง
3. กำมือแล้วเกิดอาการล็อค ไม่สามารถเหยียดนิ้วได้เอง ต้องใช้มือมาช่วยง้างออก
4. ไม่สามารถกำมือได้สุด และอาจมีข้อนิ้วมืองอผิดรูป

แนวทางการรักษาอาการนิ้วล็อค
1. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ และนำมือแช่น้ำอุ่นตอนเช้าหลังตื่นนอน ประมาณ 5 นาที ร่วมกับการทายานวดและรับประทานยาลดปวดและอักเสบตามอาการ
2. ฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะที่ ตรงตำแหน่งปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณฐานของนิ้วมือ (A1-Pulley) ซึ่งยาที่ใช้นั้นเป็นยาในกลุ่มสเตียรอดย์ ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ภายใต้ความดูแลของแพทย์ เนื่องจากผลข้างเคียงร้ายแรงที่สุดที่พบได้คือ เส้นเอ็นเปื่อยและอาจจะขาดเองได้
3. การผ่าตัดเข้าไปตัดปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณฐานของนิ้วมือร่วมกับเลาะเนื้อเยื่ออักเสบที่หุ้มเส้นเอ็นออก วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้ายที่ใช้ในการรักษา จะช่วยลดอาการปวดและทำให้เส้นเอ็นขยับได้คล่องขึ้น ไม่มีอาการสะดุดเวลาใช้งาน โดยการผ่าตัดจะฉีดยาชาเฉพาะที่คล้ายกับการถอนฟัน ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการหลังจากผ่าตัด เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วนิ้วมือสามารถขยับได้เลยตั้งแต่หลังผ่าตัดเสร็จ
ทั้งนี้ วิธีและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและดุลยพินิจของแพทย์ อย่างไรก็ตาม ควรปรับพฤติกรรมการใช้งานนิ้วมือให้เหมาะสม ทั้งหลีกเลี่ยงการใช้นิ้วเกี่ยวของหนัก ๆ หรือลดระยะเวลาการเล่นสมาร์ทโฟนลง ก่อนเกิดอาการนิ้วล็อคหรือก่อนที่อาการของโรคจะดำเนินไปมากขึ้นกว่าเดิม

Share Button

ใส่ความเห็น

Close Menu
×

Cart